Propertyhub
propertyhub logo
Reviewคู่มือ/ซื้อ/ขาย/เช่าHome & LivingNewsนายหน้ามือโปร
ค้นหาบทความclock

ปิดจบคำถามกวนใจ “ซื้อบ้าน/คอนโดครั้งแรก” ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่กันแน่ ?

ซื้อบ้าน - ซื้อคอนโด
รูปโปรไฟล์ของ KAiiW.
BY
KAiiW.
โพสต์เมื่อ
22 July 2026
ปิดจบคำถามกวนใจ “ซื้อบ้าน/คอนโดครั้งแรก” ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่กันแน่ ?

หลายคนที่กำลังคิดจะ ซื้อบ้านหรือซื้อคอนโด หลังแรกในชีวิต มักมีคำถามเดียวกันวนอยู่ในหัวคือ “ต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ถึงจะพอ” เพราะนอกจากราคาบ้านหรือคอนโดที่เห็นในป้ายโฆษณาแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงอีกหลายรายการที่คนซื้อบ้านมือใหม่มักคาดไม่ถึง จนบางครั้งเงินที่เตรียมไว้ไม่พอหรือต้องเลื่อนแผนการย้ายเข้าอยู่ออกไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ดังนั้นในบทความนี้ Propertyhub จะพาไปไล่เรียงทีละขั้นตอนแบบละเอียด…ว่าการซื้อบ้าน/คอนโดครั้งแรกต้องเตรียมเงินในส่วนไหนบ้าง พร้อมตัวอย่างการคำนวณจริง ตั้งแต่วันที่ยังไม่ได้กู้ ไปจนถึงวันที่ย้ายเข้าอยู่ เพื่อให้วางแผนการเงินได้อย่างมั่นใจ ไม่มีสะดุดกลางทาง

 

ทำไมต้องวางแผนเงินให้ครบ ไม่ใช่แค่ “เงินดาวน์”

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดของคนซื้อบ้านหรือคอนโดครั้งแรก คือการมองว่ามีแค่ “เงินดาวน์” ก้อนเดียวที่ต้องเตรียม ทั้งที่ในความเป็นจริงกระบวนการซื้อบ้านมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นอย่างน้อย 4-5 ช่วงเวลา ตั้งแต่วันจอง วันทำสัญญา วันโอนกรรมสิทธิ์ ไปจนถึงวันย้ายเข้าอยู่ หากไม่วางแผนให้ครบทุกจุด อาจต้องหมุนเงินกะทันหันหรือกู้ยืมเพิ่มโดยไม่จำเป็น ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าของคุณเอาได้!

 

ขั้นที่ 1 : เงินก้อนแรกที่ต้องมี “ก่อน” จะกู้ธนาคาร

1.1 เงินจอง (Booking Fee)

เมื่อเลือกโครงการที่ถูกใจได้แล้ว ขั้นตอนแรกคือการวางเงินจองซื้อ เพื่อเป็นการยืนยันสิทธิ์ในการซื้อยูนิตหรือบ้านหลังนั้น โดยทั่วไปแบ่งเป็น

  • บ้าน/คอนโดโครงการใหม่ (พรีเซล) : มักอยู่ที่ 5,000-50,000 บาท ขึ้นอยู่กับราคาโครงการ
  • บ้าน/คอนโดพร้อมอยู่หรือมือสอง : มักอยู่ที่ 10,000-100,000 บาท หรือประมาณ 1% ของราคาซื้อขาย

เงินจองส่วนนี้มักถูกนำไปหักลบกับเงินดาวน์ในภายหลัง จึงไม่ใช่เงินที่เสียเปล่า แต่ต้องมีเงินสดพร้อมใช้ทันทีในวันที่ตัดสินใจ

1.2 เงินทำสัญญาจะซื้อจะขาย

หลังวางเงินจองประมาณ 3-14 วัน จะต้องเข้าไปเซ็นสัญญาจะซื้อจะขายอย่างเป็นทางการ พร้อมชำระเงินทำสัญญาเพิ่มอีกก้อนหนึ่ง ซึ่งมักอยู่ที่ 5-10% ของราคาบ้านหรือคอนโด (รวมเงินจองแล้ว) เอกสารสำคัญที่ควรตรวจสอบให้ละเอียดในขั้นตอนนี้ ได้แก่ เงื่อนไขการคืนเงิน กำหนดวันโอน และรายการที่ผู้ขายต้องรับผิดชอบ

1.3 เงินดาวน์ (Down Payment)

นี่คือก้อนใหญ่ที่สุดที่ต้องวางแผนให้ดี เพราะธนาคารจะไม่ปล่อยกู้ให้ 100% ของราคาบ้านหรือคอนโดเสมอไป ตามเกณฑ์ LTV (Loan to Value) ของธนาคารแห่งประเทศไทย วงเงินกู้ที่ธนาคารอนุมัติจะแตกต่างกันตามเงื่อนไข ดังนี้…

ลักษณะการซื้อ

สัดส่วนเงินกู้สูงสุด (LTV)

เงินดาวน์ขั้นต่ำโดยประมาณ

บ้านหลังแรก ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท

สูงสุด 100%

0-10%

บ้านหลังแรก ราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป

ประมาณ 90%

ตั้งแต่ 10% ขึ้นไป

บ้าน/คอนโดหลังที่ 2 (ผ่อนหลังแรกไม่ถึง 2 ปี)

ประมาณ 80-90%

ตั้งแต่ 10-20%

บ้าน/คอนโดหลังที่ 3 ขึ้นไป

ประมาณ 70-75%

ตั้งแต่ 25-30%

หมายเหตุ : เกณฑ์ LTV อาจมีการปรับเปลี่ยนตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยในแต่ละช่วง ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับธนาคารที่ยื่นกู้อีกครั้ง

แม้บ้านหลังแรกบางกรณีจะกู้ได้เต็มวงเงิน แต่ในทางปฏิบัติ นักวางแผนการเงินส่วนใหญ่แนะนำให้เตรียมเงินดาวน์เองอย่างน้อย 10-20% ของราคาบ้านหรือคอนโด ด้วยเหตุผล 3 ข้อ คือ

  • เพิ่มโอกาสกู้ผ่าน เพราะธนาคารพิจารณาความสามารถในการผ่อนควบคู่กับสัดส่วนเงินกู้ต่อราคาบ้าน
  • ลดภาระดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา เพราะยิ่งกู้น้อย ดอกเบี้ยที่จ่ายสะสมก็ยิ่งน้อยลง
  • ลดความเสี่ยงกรณีราคาประเมินธนาคารต่ำกว่าราคาซื้อขายจริง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่พบได้บ่อย

ตัวอย่างการคำนวณ : หากซื้อคอนโดราคา 3,000,000 บาท และวางแผนดาวน์ 15% จะต้องเตรียมเงินดาวน์ประมาณ 450,000 บาท โดยเงินจองและเงินทำสัญญาที่จ่ายไปก่อนหน้าจะถูกนำมารวมคำนวณในยอดนี้ด้วย

1.4 ความสามารถในการผ่อนต่อเดือน

นอกจากเงินก้อนธนาคารยังพิจารณาภาระผ่อนต่อเดือนเทียบกับรายได้ (Debt Service Ratio) โดยทั่วไปกำหนดให้ภาระหนี้ทั้งหมดต่อเดือน รวมสินเชื่อบ้านที่กำลังจะกู้ ไม่ควรเกิน 40-50% ของรายได้ต่อเดือน หากมีหนี้สินอื่นอยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถหรือบัตรเครดิต ควรคำนวณสัดส่วนนี้ล่วงหน้า เพื่อประเมินว่าจะกู้ได้เต็มวงเงินที่ต้องการหรือไม่ และควรทยอยปิดหนี้สินอื่นก่อนยื่นกู้บ้านหากเป็นไปได้เพื่อเพิ่มโอกาสอนุมัติ

 

ขั้นที่ 2 : ค่าใช้จ่ายวัน “โอนกรรมสิทธิ์” ที่มือใหม่มักลืมนึกถึง

หลายคนคิดว่าหลังจากผ่อนดาวน์เสร็จแล้วจะไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรอีก แต่ความจริงแล้ววันโอนกรรมสิทธิ์บ้านหรือคอนโดที่กรมที่ดิน ก็มีค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมเงินสดไว้อีกก้อนหนึ่งเช่นกัน ได้แก่

รายการ

อัตราโดยประมาณตามปกติ

ผู้รับผิดชอบตามปกติ

ค่าธรรมเนียมการโอน

2% ของราคาประเมิน

แบ่งจ่ายคนละครึ่งระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย (ตามตกลง)

ค่าจดจำนอง

1% ของวงเงินกู้

ผู้ซื้อ (ผู้กู้)

ค่าอากรแสตมป์

0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่ราคาใดสูงกว่า)

ผู้ขาย (บางกรณีตกลงร่วมกัน)

ภาษีธุรกิจเฉพาะ (กรณีถือครองไม่ถึง 5 ปี)

3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน

ผู้ขาย (บางกรณีตกลงร่วมกัน)

: ครม. ลดค่าโอน-จดจำนองเหลือ 0.01% บ้าน-คอนโดไม่เกิน 7 ล้าน ถึง 30 มิ.ย. 2570

สำหรับโครงการใหม่จากผู้ประกอบการ มักจะมีโปรโมชันช่วยออกค่าโอนหรือค่าจดจำนองบางส่วนให้กับลูกค้า แต่สำหรับบ้านมือสอง ผู้ซื้อและผู้ขายต้องตกลงกันเองว่าใครรับผิดชอบส่วนไหน จึงควรระบุให้ชัดเจนในสัญญาจะซื้อจะขายตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันปัญหาในวันโอน

 

ตัวอย่างการคำนวณ : คอนโดราคา 3,000,000 บาท กู้ธนาคาร 2,550,000 บาท ค่าโอนที่ผู้ซื้อต้องรับผิดชอบครึ่งหนึ่ง (1% ของราคาประเมิน) จะอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาท บวกค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ ประมาณ 25,500 บาท รวมแล้วต้องเตรียมเงินสดในวันโอนประมาณ 55,500 บาท ซึ่งเป็นคนละส่วนกับเงินดาวน์ที่จ่ายไปก่อนหน้า

 

* อีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม คือการตรวจสอบว่าช่วงที่กำลังจะซื้อบ้านหรือคอนโด มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เช่น การลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองหรือไม่ เพราะสิทธิประโยชน์เหล่านี้สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในวันโอนได้ไม่น้อย

ค่าใช้จ่ายเสริมในวันโอนที่อาจเจอเพิ่มเติม

  • ค่าประเมินราคาหลักประกัน ที่ธนาคารเรียกเก็บก่อนอนุมัติสินเชื่อ มักอยู่ที่ 2,000-3,000 บาท (บางธนาคารมีโปรโมชันฟรีค่าประเมิน)
  • ค่าอากรสัญญาเงินกู้ ประมาณ 0.05% ของวงเงินกู้
  • ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย ที่ธนาคารส่วนใหญ่กำหนดให้ทำเป็นเงื่อนไขการกู้ ราคาขึ้นอยู่กับมูลค่าหลักประกัน

 

ขั้นที่ 3 : เงินสำรองหลัง “ย้ายเข้าอยู่” ที่ไม่ควรมองข้าม

หลายคนใช้เงินเก็บทั้งหมดไปกับเงินดาวน์และค่าโอนจนหมด แต่ลืมไปว่าการย้ายเข้าอยู่บ้านหรือคอนโดหลังใหม่ ก็มีค่าใช้จ่ายที่ตามมาอีกไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็น...

3.1 ค่าตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์

โดยเฉพาะคอนโดที่ส่งมอบแบบห้องเปล่า (Bare Shell) หรือบ้านที่ยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์ อาจต้องใช้เงินตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับสไตล์การตกแต่งที่ต้องการ โดยทั่วไปแบ่งระดับงบประมาณได้คร่าว ๆ ดังนี้

  • งบประหยัด (ของใช้จำเป็นเท่านั้น) : ประมาณ 50,000-100,000 บาท
  • งบปานกลาง (ตกแต่งครบพร้อมเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินบางส่วน) : ประมาณ 150,000-300,000 บาท
  • งบเต็มรูปแบบ (ออกแบบตกแต่งทั้งหมด) : ตั้งแต่ 400,000 บาทขึ้นไป

3.2 ค่าส่วนกลางล่วงหน้าและกองทุนนิติบุคคล

คอนโดส่วนใหญ่จะเรียกเก็บค่าส่วนกลางล่วงหน้า 1 ปี พร้อมเงินกองทุนสำรอง (Sinking Fund) ในวันโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งคิดตามขนาดพื้นที่ห้อง (ตารางเมตร) เช่น ห้องขนาด 30 ตารางเมตร หากค่าส่วนกลางอยู่ที่ 50 บาท/ตารางเมตร/เดือน จะต้องจ่ายล่วงหน้าประมาณ 18,000 บาทต่อปี บวกกับเงินกองทุนสำรองอีกก้อนหนึ่งซึ่งมักเรียกเก็บครั้งเดียวตอนโอน

3.3 ค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่น ๆ

  • ค่าย้ายบ้าน ค่าขนของ
  • ค่าติดตั้งอินเทอร์เน็ตและมิเตอร์ไฟฟ้า-น้ำประปา
  • ค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) กรณีเลือกทำเพิ่มเติม เพื่อลดดอกเบี้ยหรือคุ้มครองภาระหนี้ให้ครอบครัว

3.4 เงินสำรองฉุกเฉิน

นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายที่ระบุได้ชัดเจนข้างต้น ควรมีเงินสำรองฉุกเฉินแยกต่างหากอย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน เผื่อกรณีรายได้สะดุด ตกงาน หรือมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้กระทบกับการผ่อนบ้านหรือคอนโดในระยะยาว เงินสำรองส่วนนี้ไม่ควรนำไปรวมกับเงินดาวน์หรือเงินตกแต่ง เพราะมีวัตถุประสงค์คนละอย่างกัน

 

สรุปภาพรวม : เงินทั้งหมดที่ต้องเตรียมมีกี่ก้อน

หากสรุปให้เห็นภาพรวมทั้งหมด ผู้ที่กำลังจะ ซื้อบ้าน/คอนโด ครั้งแรก ควรเตรียมเงินสดอย่างน้อย 5 ก้อนหลัก ดังนี้...

  1. เงินจองและเงินทำสัญญา - หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับราคาโครงการ
  2. เงินดาวน์ - ประมาณ 10-20% ของราคาบ้านหรือคอนโด
  3. ค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์ - ประมาณ 2-3% ของราคาบ้านหรือคอนโด (ค่าโอน + ค่าจดจำนอง)
  4. ค่าตกแต่งและค่าส่วนกลางล่วงหน้า - ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับสไตล์การตกแต่ง
  5. เงินสำรองฉุกเฉิน - เทียบเท่า 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายรายเดือน

 

ตัวอย่างสรุปสำหรับคอนโดราคา 3,000,000 บาท

รายการ

จำนวนเงินโดยประมาณ

เงินจอง + เงินทำสัญญา (รวมในเงินดาวน์)

450,000 บาท (15%)

ค่าใช้จ่ายวันโอน (ค่าโอน + ค่าจดจำนอง)

55,500 บาท

ค่าส่วนกลางล่วงหน้า 1 ปี + กองทุนสำรอง

30,000-40,000 บาท

ค่าตกแต่งงบประหยัด

80,000-100,000 บาท

รวมเงินสดที่ควรเตรียมก่อนย้ายเข้าอยู่

ประมาณ 615,000-645,000 บาท

(ยังไม่รวมเงินสำรองฉุกเฉินซึ่งควรแยกไว้ต่างหากและมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เช่น การลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนอง)

 

เทคนิควางแผนเงินก้อนสำหรับซื้อบ้าน/คอนโดครั้งแรก

  •  เริ่มออมแบบมีเป้าหมายชัดเจน กำหนดยอดเงินดาวน์และวันที่ต้องการซื้อ แล้วคำนวณย้อนกลับว่าต้องออมเดือนละเท่าไหร่ เช่น หากต้องการเงินดาวน์ 450,000 บาท ภายใน 3 ปี ต้องออมเฉลี่ยเดือนละประมาณ 12,500 บาท
  • แยกบัญชีเงินออมเพื่อซื้อบ้านโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้ปะปนกับเงินใช้จ่ายประจำวันหรือเงินสำรองฉุกเฉิน และช่วยติดตามความคืบหน้าได้ชัดเจน
  • ตรวจสอบประวัติเครดิตบูโรล่วงหน้า เพราะประวัติการผ่อนชำระที่ดีจะช่วยให้กู้ผ่านง่ายขึ้นและอาจได้ดอกเบี้ยที่ดีกว่า ควรตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการค้างชำระต่าง ๆ ก่อนยื่นกู้อย่างน้อย 6-12 เดือน
  • เปรียบเทียบโปรโมชันจากหลายธนาคาร บางแห่งมีส่วนลดค่าจดจำนองหรือฟรีค่าประเมินราคา ซึ่งช่วยลดภาระเงินสดในวันโอนได้ ควรขอเปรียบเทียบข้อเสนออย่างน้อย 2-3 ธนาคารก่อนตัดสินใจ
  • ทยอยปิดหนี้สินระยะสั้นก่อนยื่นกู้บ้าน เพื่อลดภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) และเพิ่มโอกาสได้วงเงินกู้ตามที่ต้องการ
  • อย่าใช้เงินสำรองฉุกเฉินไปเป็นเงินดาวน์ทั้งหมด เพื่อไม่ให้ชีวิตหลังซื้อบ้านตึงเกินไปจนไม่มีเงินเผื่อเหตุฉุกเฉิน

: Checklist ก่อนจองบ้านและคอนโด รวมสิ่งที่ต้องเช็กก่อนวางเงินจอง

DSR คืออะไร ? ทำไมถึงมีผลต่อการขอสินเชื่อบ้านและคอนโด

 

การซื้อบ้านหรือคอนโดไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกทำเลหรือดีไซน์ที่ถูกใจเท่านั้น แต่คือการวางแผนการเงินระยะยาวที่ต้องคิดให้รอบคอบและครบทุกมิติ ตั้งแต่เงินจอง เงินดาวน์ ค่าใช้จ่ายวันโอน ไปจนถึงเงินสำรองหลังย้ายเข้าอยู่ ยิ่งเตรียมตัวดีและวางแผนล่วงหน้าเท่าไหร่ ก็ยิ่งลดความเสี่ยงและความกังวลใจที่จะตามมาในอนาคตได้มากเท่านั้น และช่วยให้การเริ่มต้นชีวิตในบ้านหรือคอนโดหลังแรกเป็นไปอย่างมั่นคงตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้าอยู่จริง ทั้งนี้คุณสามารถอ่านบทความเกี่ยวกับการซื้อบ้าน/ซื้อคอนโดได้ทาง Tags : ซื้อบ้าน - ซื้อคอนโด

 

และสำหรับใครที่กำลังมองหาโครงการบ้านหรือคอนโดทำเลดี ราคาคุ้มค่า ก็สามารถเข้าไปเลือกชมโครงการกว่า 6,000 โครงการทั่วประเทศได้ที่ Propertyhub หรือดาวน์โหลด Propertyhub App เพื่อให้การค้นหาคอนโด เป็นเรื่องง่าย ๆ เพียงแค่ปลายนิ้ว (รองรับทั้งระบบ IOS และ Android)

แชร์เนื้อหา
รูปโปรไฟล์ของ KAiiW.
KAiiW.
This too shall pass.
ช่องทางในการติดตาม
LINE@ Add Friend
บทความที่เกี่ยวข้อง
New Update! ระบบ Chat บน propertyhub.in.th

New Update! ระบบ Chat บน propertyhub.in.th

Propertyhub เพิ่มระบบแชท (Chat) เพื่อเพิ่มความสะดวกให้การสื่อสารกันมากยิ่งขึ้นระหว่างผู้ค้นหาอสังหาฯ และผู้ลงประกาศ ซึ่งสามารถใช้ได้พร้อมกัน ในวันที่ 18 ส.ค. 69 ทั้งบนเว็บไซต์ และ Application | *ไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถใช้ฟรีได้ทุกท่าน

โพสต์เมื่อ07 August 2026
ปิดจบคำถามกวนใจ “ซื้อบ้าน/คอนโดครั้งแรก” ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่กันแน่ ?

ปิดจบคำถามกวนใจ “ซื้อบ้าน/คอนโดครั้งแรก” ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่กันแน่ ?

ซื้อบ้าน/คอนโดครั้งแรก ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่กันแน่ ? รวมทุกค่าใช้จ่ายตั้งแต่เงินจอง เงินดาวน์ ค่าโอน ค่าจดจำนอง ไปจนถึงเงินสำรองหลังย้ายเข้าอยู่ พร้อมตัวอย่างการคำนวณจริงและเทคนิควางแผนการเงิน อ่านจบ ซื้อบ้านได้อย่างมั่นใจ

โพสต์เมื่อ22 July 2026
กู้บ้านไม่ผ่าน เพราะอะไร ? รวมสาเหตุ วิธีแก้และวิธีเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ใหม่

กู้บ้านไม่ผ่าน เพราะอะไร ? รวมสาเหตุ วิธีแก้และวิธีเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ใหม่

กู้บ้านไม่ผ่าน เกิดจากอะไรได้บ้าง? รวมสาเหตุหลักที่ธนาคารปฏิเสธสินเชื่อบ้านแบบละเอียด พร้อมวิธีแก้ไขทีละขั้นตอน และเทคนิคเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ใหม่ให้ผ่านฉลุย

โพสต์เมื่อ14 July 2026
Checklist ก่อนจองบ้านและคอนโด รวมสิ่งที่ต้องเช็กก่อนวางเงินจอง

Checklist ก่อนจองบ้านและคอนโด รวมสิ่งที่ต้องเช็กก่อนวางเงินจอง

เช็กลิสต์ก่อนจองบ้านและคอนโด ต้องดูอะไรบ้างก่อนวางเงินจอง ตั้งแต่งบประมาณ ทำเล เอกสารสิทธิ์ ไปจนถึงสัญญาจะซื้อจะขาย อ่านจบจองได้อย่างมั่นใจ ไม่มีพลาด

โพสต์เมื่อ07 July 2026

บทความแนะนำ

ขั้นตอนเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า ต้องทำอย่างไรกันนะ ?

ขั้นตอนเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า ต้องทำอย่างไรกันนะ ?

สำหรับใครที่กำลังจะไปทำเรื่อง “ขอเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า” บทความนี้ก็คงจะเป็นประโยชน์กับคุณอย่างแน่นอน เพราะว่าเราได้รวบรวมขั้นตอนการยื่นเรื่องขอเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า พร้อมกับลิสต์รายชื่อเอกสารที่คุณจะต้องจัดเตรียมมาฝาก

โพสต์เมื่อ21 August 2025
วิธีตรวจสอบ “ราคาประเมินคอนโดออนไลน์” แบบไม่ต้องไปถึงกรมที่ดิน

วิธีตรวจสอบ “ราคาประเมินคอนโดออนไลน์” แบบไม่ต้องไปถึงกรมที่ดิน

ปัจจุบันนี้คุณสามารถเช็คราคาประเมินคอนโดทางออนไลน์ได้แล้ว และที่สำคัญเลยก็คือใช้งานง่าย เช็คราคาประเมินได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาและค่าเดินทางไปยังกรมที่ดิน เพราะฉะนั้นทางทีมงาน Propertyhub จึงจะขอนำวิธีตรวจสอบ “ราคาประเมินคอนโดออนไลน์” มาฝาก

โพสต์เมื่อ16 October 2025
รวมแบบฟอร์มเอกสารสัญญาและหนังสือมอบอำนาจ ดาวน์โหลด ฟรี!

รวมแบบฟอร์มเอกสารสัญญาและหนังสือมอบอำนาจ ดาวน์โหลด ฟรี!

สำหรับใครที่กำลังมองหา แบบฟอร์มเอกสารสัญญาและหนังสือมอบอำนาจอยู่ล่ะก็ ทาง Propretyhub ก็จัดให้! เพราะเราได้รวบรวม แบบฟอร์มเอกสารสำคัญต่างๆ มาไว้คุณได้ดาวโหลดไปใช้กันแบบฟรีๆ ไม่ว่าจะเป็น...

โพสต์เมื่อ27 September 2021

คอนโดให้เช่ายอดนิยม

propertyhub logo

เมนูหลัก

ติดต่อเรา

บริษัท ซิมเปิ้ล อินเทอร์เน็ต
จํากัด เลขที่ 242 ห้องเลขที่ A210 อาคาร A
ศูนย์การค้าเพลินนารี่มอลล์
ถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน
กรุงเทพมหานคร 10230
Line QrCode
Line ID : @propertyhub
โทร. 02-026-3049

support@propertyhub.in.th

Line QrCode
Line ID : @propertyhub
โทร. 02-026-3049

support@propertyhub.in.th

twitter icon
youtube icon
instagram icon
Copyright © 2019-2020 Zimple Internet Co., Ltd. , All rights reserved.
facebook icon
twitter icon
youtube icon
instagram icon