Propertyhub
propertyhub logo
Reviewคู่มือ/ซื้อ/ขาย/เช่าHome & LivingNewsนายหน้ามือโปร
ค้นหาบทความclock

Yield คอนโดคืออะไร ? ควรได้กี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะเป็นการลงทุนที่ดี

ซื้อบ้าน - ซื้อคอนโดลงทุนอสังหาฯ
รูปโปรไฟล์ของ KAiiW.
BY
KAiiW.
โพสต์เมื่อ
16 June 2026
Yield คอนโดคืออะไร ? ควรได้กี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะเป็นการลงทุนที่ดี

 สำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดเพื่อปล่อยเช่าหรือลงทุนระยะยาว หนึ่งในคำที่มักจะได้ยินอยู่บ่อย ๆ ก็คือคำว่า Yield เพราะถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยให้เห็นว่าคอนโดที่เราสนใจสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้มากน้อยแค่ไหน แต่สำหรับนักลงทุนมือใหม่ หลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่า Yield คืออะไร คำนวณอย่างไร และตัวเลขเท่าไหร่ถึงจะถือว่าเป็นคอนโดที่น่าลงทุน

ในความเป็นจริง การเลือกลงทุนคอนโดไม่ควรพิจารณาแค่ราคาซื้อหรือทำเลเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับควบคู่กันไปด้วย เพราะคอนโดบางโครงการอาจมีราคาขายไม่สูงมาก แต่สามารถสร้าง Yield ได้ดี ขณะที่บางโครงการแม้อยู่ในทำเลเด่น แต่กลับให้ผลตอบแทนต่ำกว่าที่คาดหวัง ดังนั้นบทความนี้ Propertyhub จะพาไปทำความรู้จักกับ Yield แบบเข้าใจง่าย พร้อมวิธีคำนวณเบื้องต้น และตัวเลข Yield ที่นักลงทุนส่วนใหญ่มักใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจก่อนลงทุนคอนโด

 

Yield คืออะไร ?

Yield คือ "อัตราผลตอบแทนจากการเช่า" เป็นตัวเลขที่แสดงว่าคอนโดของเราสามารถสร้างรายได้จากค่าเช่าได้คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าคอนโดเมื่อเทียบเป็นรายปี หรือพูดง่าย ๆ คือ ถ้าเราซื้อคอนโดมาแล้วปล่อยเช่า เงินค่าเช่าที่ได้ในแต่ละปีคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินที่เราลงทุนไป ดังนั้นตัวเลข Yield นี้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนเปรียบเทียบได้ว่า คอนโดห้องไหน หรือโครงการไหน ให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่ากัน โดยไม่ต้องไปดูแค่ราคาขายหรือค่าเช่าเพียงอย่างเดียว

 

Yield มีกี่ประเภท ? รู้จักผลตอบแทนอสังหาฯ ที่นักลงทุนควรเข้าใจก่อนตัดสินใจซื้อ

เมื่อพูดถึงการลงทุนคอนโดหรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า คำว่า “Yield” ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่นักลงทุนใช้ประเมินความคุ้มค่าของการลงทุน เพราะช่วยสะท้อนให้เห็นว่าทรัพย์สินที่เราถือครองสามารถสร้างผลตอบแทนกลับมาได้มากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับเงินลงทุนที่ใช้ไป โดยทั่วไป Yield ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ Rental Yield และ Yield Guarantee ซึ่งแต่ละประเภทมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. Rental Yield (อัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า)

Rental Yield คือ อัตราผลตอบแทนที่เกิดจากการนำอสังหาริมทรัพย์ เช่น คอนโดมิเนียม บ้าน หรืออาคารพาณิชย์ ไปปล่อยเช่า โดยคำนวณจากรายได้ค่าเช่าที่ได้รับเทียบกับต้นทุนหรือมูลค่าของทรัพย์สิน ช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินได้ว่าการลงทุนดังกล่าวสร้างรายได้คุ้มค่าหรือไม่ ทั้งนี้ Rental Yield ยังสามารถแบ่งย่อยออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่

  • Gross Rental Yield : คือ อัตราผลตอบแทนขั้นต้น เป็นวิธีคำนวณผลตอบแทนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากคำนวณได้ง่ายและรวดเร็ว โดยนำรายได้ค่าเช่าต่อปีมาเปรียบเทียบกับราคาซื้อของอสังหาริมทรัพย์ เหมาะสำหรับใช้ประเมินศักยภาพเบื้องต้นของโครงการ หรือใช้เปรียบเทียบคอนโดหลายโครงการในทำเลเดียวกัน
  • Net Rental Yield : คืออัตราผลตอบแทนสุทธิ เป็นการคำนวณที่ละเอียดมากขึ้น เพราะนำค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการถือครองทรัพย์สินมาหักออกก่อน ไม่ว่าจะเป็นค่าส่วนกลาง ค่าซ่อมบำรุง ภาษี หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ทำให้นักลงทุนสามารถมองเห็นกำไรสุทธิที่แท้จริงและประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนได้แม่นยำมากขึ้น
  • Cash on Cash Rental Yield : คือ อัตราผลตอบแทนที่คำนวณจากเงินสดที่นักลงทุนจ่ายออกไปจริง เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้สินเชื่อจากธนาคารในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากสามารถสะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าผลตอบแทนที่ได้รับจากการปล่อยเช่านั้นคุ้มค่ากับเงินลงทุนจริงที่นำออกจากกระเป๋ามากน้อยเพียงใด

2. Yield Guarantee (การการันตีผลตอบแทน)

Yield Guarantee คือ การรับประกันผลตอบแทนจากการลงทุนโดยผู้พัฒนาโครงการหรือผู้ประกอบการ ภายใต้เงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน เช่น รับประกันผลตอบแทน 5% ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี เป็นต้น ซึ่งรูปแบบดังกล่าวถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ โดยเฉพาะนักลงทุนที่ต้องการรายได้จากการปล่อยเช่าและต้องการลดความเสี่ยงในช่วงเริ่มต้นของการลงทุน

โดยโครงการที่มีการการันตีผลตอบแทนมักพบได้ในทำเลที่มีความต้องการเช่าสูง เช่น ย่านธุรกิจ แหล่งงานขนาดใหญ่ หรือเมืองท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติและนักเดินทางเข้ามาอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรศึกษารายละเอียดของเงื่อนไขการการันตีให้รอบคอบ ทั้งระยะเวลา วิธีการจ่ายผลตอบแทน และข้อกำหนดต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

 

วิธีคำนวณ Yield คอนโด

สูตรคำนวณ Yield แบบพื้นฐานที่นิยมใช้กันคือ Gross Rental Yield ซึ่งเป็น วิธีคำนวณผลตอบแทนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยมีหลักการคำนวณดังนี้ >> Yield (%) = (ค่าเช่าต่อปี ÷ ราคาคอนโด) x 100 <<

ตัวอย่าง

คอนโดราคา 3,000,000 บาท ปล่อยเช่าได้เดือนละ 15,000 บาท หรือปีละ 180,000 บาท

Yield = (180,000 ÷ 3,000,000) x 100 = 6%

โดยวิธีคำนวณนี้เรียกว่า Gross Rental Yield ซึ่งยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ออกไป ในความเป็นจริงนักลงทุนควรคำนวณ Net Yield ด้วย โดยนำค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าส่วนกลาง ค่าซ่อมแซม ค่านายหน้า ภาษี และค่าเผื่อช่วงที่ห้องว่างไม่มีผู้เช่า มาหักออกจากรายได้ค่าเช่าก่อน เพื่อให้ได้ตัวเลขที่สะท้อนผลตอบแทนจริงมากขึ้น

 

Yield เท่าไหร่ถึงเรียกว่าดี ?

โดยทั่วไป Yield ของคอนโดในกรุงเทพฯ จะอยู่ในช่วงประมาณ 3-6% ขึ้นอยู่กับทำเลและประเภทของโครงการ ซึ่งสามารถแบ่งเกณฑ์การพิจารณาคร่าว ๆ ได้ดังนี้

  • Yield ต่ำกว่า 3% ถือว่าค่อนข้างต่ำ มักพบในคอนโดที่อยู่ใจกลางเมือง ทำเลทอง ติดรถไฟฟ้า ซึ่งราคาขายสูงมากเมื่อเทียบกับค่าเช่า แม้ Yield จะไม่สูง แต่จุดเด่นของคอนโดกลุ่มนี้คือศักยภาพในการเติบโตของราคา (Capital Gain) ในระยะยาว
  • Yield ประมาณ 4-5% ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และเป็นค่าเฉลี่ยที่พบได้บ่อยในคอนโดทำเลดี ใกล้แนวรถไฟฟ้า หรือใกล้แหล่งงาน ซึ่งมีความสมดุลระหว่างรายได้ค่าเช่าและโอกาสในการขายต่อ
  • Yield 6% ขึ้นไป ถือว่าเป็น Yield ที่ดีมาก แต่นักลงทุนควรตรวจสอบให้ละเอียด เพราะ Yield ที่สูงเกินไปอาจสะท้อนถึงความเสี่ยงบางอย่าง เช่น ทำเลที่ยังไม่พัฒนาเต็มที่ ความต้องการเช่าที่ไม่แน่นอน หรือศักยภาพในการขายต่อที่ต่ำกว่าทำเลใจกลางเมือง

 

ปัจจัยที่ส่งผลต่อ Yield คอนโด

ตัวเลข Yield ของคอนโดแต่ละห้องไม่ได้คงที่ แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้ง ความใกล้รถไฟฟ้าหรือแหล่งงาน ขนาดห้องและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ผู้เช่า ราคาซื้อขายในตลาดขณะนั้น รวมถึงภาวะอุปสงค์อุปทานของคอนโดในย่านนั้น ๆ ดังนั้นการเลือกคอนโดเพื่อลงทุนปล่อยเช่า จึงควรพิจารณา Yield ควบคู่ไปกับปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้เสมอ

 

แม้ว่า Yield จะไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการตัดสินใจลงทุนคอนโด แต่ก็ถือเป็นตัวเลขสำคัญที่ช่วยสะท้อนศักยภาพในการสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าได้อย่างชัดเจน ยิ่งคอนโดสามารถสร้าง Yield ได้สูง ก็ยิ่งมีโอกาสสร้างกระแสเงินสดที่ดีให้กับเจ้าของห้องมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบด้วย ไม่ว่าจะเป็นทำเล กลุ่มผู้เช่า อัตราการเข้าพัก ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง และแนวโน้มการเติบโตของพื้นที่ในอนาคต ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อคอนโดเพื่อการลงทุน ควรศึกษาและคำนวณ Yield ให้ละเอียดทุกครั้ง เพราะการเข้าใจตัวเลขผลตอบแทนตั้งแต่ต้น จะช่วยให้เปรียบเทียบตัวเลือกต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น และสามารถเลือกคอนโดที่เหมาะกับเป้าหมายการลงทุนของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

 

และสำหรับใครที่ต้องการปล่อยเช่า/ขายคอนโด คุณก็สามารถมาลงประกาศได้ฟรีที่ Propertyhub : เว็บรวมประกาศ คอนโด บ้าน ที่ดิน ที่ครบและใช้งานง่ายที่สุด หรือดาวน์โหลด Propertyhub App เพื่อการให้ปล่อยเช่า/ขายบ้าน คอนโด ที่ดินและอสังหาฯ ทุกประเภทเป็นเรื่องง่าย ๆ เพียงแค่ปลายนิ้ว (รองรับทั้งระบบ IOS และ Android) 

แชร์เนื้อหา
รูปโปรไฟล์ของ KAiiW.
KAiiW.
This too shall pass.
ช่องทางในการติดตาม
LINE@ Add Friend
บทความที่เกี่ยวข้อง
New Update! ระบบ Chat บน propertyhub.in.th

New Update! ระบบ Chat บน propertyhub.in.th

Propertyhub เพิ่มระบบแชท (Chat) เพื่อเพิ่มความสะดวกให้การสื่อสารกันมากยิ่งขึ้นระหว่างผู้ค้นหาอสังหาฯ และผู้ลงประกาศ ซึ่งสามารถใช้ได้พร้อมกัน ในวันที่ 18 ส.ค. 69 ทั้งบนเว็บไซต์ และ Application | *ไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถใช้ฟรีได้ทุกท่าน

โพสต์เมื่อ07 August 2026
ปิดจบคำถามกวนใจ “ซื้อบ้าน/คอนโดครั้งแรก” ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่กันแน่ ?

ปิดจบคำถามกวนใจ “ซื้อบ้าน/คอนโดครั้งแรก” ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่กันแน่ ?

ซื้อบ้าน/คอนโดครั้งแรก ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่กันแน่ ? รวมทุกค่าใช้จ่ายตั้งแต่เงินจอง เงินดาวน์ ค่าโอน ค่าจดจำนอง ไปจนถึงเงินสำรองหลังย้ายเข้าอยู่ พร้อมตัวอย่างการคำนวณจริงและเทคนิควางแผนการเงิน อ่านจบ ซื้อบ้านได้อย่างมั่นใจ

โพสต์เมื่อ22 July 2026
กู้บ้านไม่ผ่าน เพราะอะไร ? รวมสาเหตุ วิธีแก้และวิธีเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ใหม่

กู้บ้านไม่ผ่าน เพราะอะไร ? รวมสาเหตุ วิธีแก้และวิธีเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ใหม่

กู้บ้านไม่ผ่าน เกิดจากอะไรได้บ้าง? รวมสาเหตุหลักที่ธนาคารปฏิเสธสินเชื่อบ้านแบบละเอียด พร้อมวิธีแก้ไขทีละขั้นตอน และเทคนิคเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ใหม่ให้ผ่านฉลุย

โพสต์เมื่อ14 July 2026
Checklist ก่อนจองบ้านและคอนโด รวมสิ่งที่ต้องเช็กก่อนวางเงินจอง

Checklist ก่อนจองบ้านและคอนโด รวมสิ่งที่ต้องเช็กก่อนวางเงินจอง

เช็กลิสต์ก่อนจองบ้านและคอนโด ต้องดูอะไรบ้างก่อนวางเงินจอง ตั้งแต่งบประมาณ ทำเล เอกสารสิทธิ์ ไปจนถึงสัญญาจะซื้อจะขาย อ่านจบจองได้อย่างมั่นใจ ไม่มีพลาด

โพสต์เมื่อ07 July 2026

บทความแนะนำ

ขั้นตอนเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า ต้องทำอย่างไรกันนะ ?

ขั้นตอนเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า ต้องทำอย่างไรกันนะ ?

สำหรับใครที่กำลังจะไปทำเรื่อง “ขอเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า” บทความนี้ก็คงจะเป็นประโยชน์กับคุณอย่างแน่นอน เพราะว่าเราได้รวบรวมขั้นตอนการยื่นเรื่องขอเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า พร้อมกับลิสต์รายชื่อเอกสารที่คุณจะต้องจัดเตรียมมาฝาก

โพสต์เมื่อ21 August 2025
วิธีตรวจสอบ “ราคาประเมินคอนโดออนไลน์” แบบไม่ต้องไปถึงกรมที่ดิน

วิธีตรวจสอบ “ราคาประเมินคอนโดออนไลน์” แบบไม่ต้องไปถึงกรมที่ดิน

ปัจจุบันนี้คุณสามารถเช็คราคาประเมินคอนโดทางออนไลน์ได้แล้ว และที่สำคัญเลยก็คือใช้งานง่าย เช็คราคาประเมินได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาและค่าเดินทางไปยังกรมที่ดิน เพราะฉะนั้นทางทีมงาน Propertyhub จึงจะขอนำวิธีตรวจสอบ “ราคาประเมินคอนโดออนไลน์” มาฝาก

โพสต์เมื่อ16 October 2025
รวมแบบฟอร์มเอกสารสัญญาและหนังสือมอบอำนาจ ดาวน์โหลด ฟรี!

รวมแบบฟอร์มเอกสารสัญญาและหนังสือมอบอำนาจ ดาวน์โหลด ฟรี!

สำหรับใครที่กำลังมองหา แบบฟอร์มเอกสารสัญญาและหนังสือมอบอำนาจอยู่ล่ะก็ ทาง Propretyhub ก็จัดให้! เพราะเราได้รวบรวม แบบฟอร์มเอกสารสำคัญต่างๆ มาไว้คุณได้ดาวโหลดไปใช้กันแบบฟรีๆ ไม่ว่าจะเป็น...

โพสต์เมื่อ27 September 2021

คอนโดให้เช่ายอดนิยม

propertyhub logo

เมนูหลัก

ติดต่อเรา

บริษัท ซิมเปิ้ล อินเทอร์เน็ต
จํากัด เลขที่ 242 ห้องเลขที่ A210 อาคาร A
ศูนย์การค้าเพลินนารี่มอลล์
ถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน
กรุงเทพมหานคร 10230
Line QrCode
Line ID : @propertyhub
โทร. 02-026-3049

support@propertyhub.in.th

Line QrCode
Line ID : @propertyhub
โทร. 02-026-3049

support@propertyhub.in.th

twitter icon
youtube icon
instagram icon
Copyright © 2019-2020 Zimple Internet Co., Ltd. , All rights reserved.
facebook icon
twitter icon
youtube icon
instagram icon