Propertyhub
propertyhub logo
Reviewคู่มือ/ซื้อ/ขาย/เช่าHome & LivingNewsนายหน้ามือโปร
ค้นหาบทความclock

สัญญาจะซื้อจะขายคืออะไร จะขายที่ดิน บ้าน ขายคอนโด ต้องรู้

ซื้อบ้าน - ซื้อคอนโดขายบ้าน - ขายคอนโดลงทุนอสังหาฯ
รูปโปรไฟล์ของ Boonma T.
BY
Boonma T.
โพสต์เมื่อ
13 August 2021
สัญญาจะซื้อจะขายคืออะไร จะขายที่ดิน บ้าน ขายคอนโด ต้องรู้

เป็นเรื่องปกติเมื่อวางแผนเตรียมซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภททั้งการซื้อที่ดิน ขายคอนโด ซื้อบ้าน ฯลฯ ย่อมต้องมีการทำสัญญาเพื่อเป็นหลักประกันระหว่าง 2 ฝ่าย ซึ่งประเภทสัญญาที่มักได้ยินกันบ่อยคือ สัญญาซื้อขายและสัญญาจะซื้อจะขาย สำหรับสัญญาฉบับแรกคงพอเข้าใจได้ไม่ยากว่าคืออะไร แต่ข้อที่หลายคนมักสงสัยคือการจะซื้อจะขายต้องมีสัญญาด้วยหรือ แล้วทั้ง 2 สัญญานี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร มาหาข้อมูลกันเลย

สัญญาจะซื้อจะขายคืออะไร

สัญญาจะซื้อจะขาย คือ สัญญาที่ถูกทำขึ้นมาเปรียบเสมือนเป็นข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายที่ได้ทำการตกลงว่าจะซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เอาไว้เรียบร้อยแล้ว (บ่อยครั้งจึงมักได้ยินชื่อว่า สัญญาวางเงินมัดจำ) ซึ่งการทำสัญญาดังกล่าวยังไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ของอสังหาริมทรัพย์นั้นให้กับอีกฝ่าย เป็นเพียงแค่การระบุช่วงเวลาที่จะโอนกรรมสิทธิ์เท่านั้น 

ซึ่งกรอบเวลาที่ระบุเอาไว้มักกำหนดไม่เกิน 3 เดือน หากอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวสร้างเสร็จเรียบร้อย (รวมถึงเป็นที่ดินเปล่า ไม่ต้องก่อสร้างใด ๆ) แต่ในกรณีที่ซื้อคอนโด ขายคอนโด ซื้อ-ขายบ้านแห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้าง หรือเป็นโครงการในอนาคต กรอบเวลาของสัญญามักอยู่ราว 12-24 เดือน (บางสัญญาจะระบุเอาไว้นับจากวันที่ทำสัญญาไปจนถึงวันพร้อมโอน) เพื่อให้ผู้ซื้อได้ดำเนินการในด้านของสินเชื่อกับสถาบันการเงินจนเสร็จเรียบร้อย ทั้งนี้ยังมีการแบ่งลักษณะสัญญาออกตามประเภทของอสังหาริมทรัพย์ด้วย

สัญญาจะซื้อจะขายบ้านและที่ดิน

ทั้งประเภทที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างหรือที่ดินเปล่าต้องมีการแจ้งเลขโฉนดที่ดิน (น.ส. 4 จ.) เอาไว้ในสัญญาอย่างชัดเจน ซึ่งกรณีที่ดินดังกล่าวมีสิ่งปลูกสร้างอยู่ก็ต้องใส่ข้อมูลลงไปให้ครบถ้วนด้วย

สัญญาจะซื้อจะขายคอนโด

สำหรับการทำสัญญาประเภทนี้สำหรับซื้อคอนโด หรือขายคอนโด จะต้องมีการแจ้งเลขหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด (อ.ช. 2) รวมถึงมีการระบุรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว มีข้อมูลเลขห้องชัดเจน

ส่วนสัญญาซื้อขายคือ ประเภทของสัญญาที่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์จากผู้ขายไปยังผู้ซื้อในวันที่ทำสัญญา (มักถูกเรียกอีกอย่างว่า สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด) ซึ่งการทำสัญญาประเภทนี้จะต้องจดทะเบียนและลงลายมือชื่อต่อหน้าของเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน เพื่อให้สัญญาสมบูรณ์เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดเอาไว้

ความเกี่ยวพันและความแตกต่างระหว่างสัญญาทั้ง 2 ประเภท

เมื่อเข้าใจถึงความหมายและลักษณะของสัญญาจะซื้อจะขายรวมถึงรู้จักกับสัญญาซื้อขายกันไปเรียบร้อยแล้ว ก็อยากนำเสนอถึงความเกี่ยวพันและความแตกต่างของสัญญาทั้ง 2 ประเภทนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อเวลาต้องซื้อคอนโด ขายคอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นจะได้ไม่มีข้อสงสัย ไม่เกิดความผิดพลาดขึ้น

ความเกี่ยวพันระหว่างสัญญาทั้ง 2 ประเภท

สำหรับคนที่วางแผนจะซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ประเภทใดก็ตามต้องมีการเตรียมเอกสารสัญญาทั้ง 2 ประเภทนี้เอาไว้เสมอ ยกเว้นกรณีที่มีการตกลงด้วยปากเปล่าและผู้ซื้อพร้อมในการจ่ายเงินสดให้ทันที ก็จะเดินทางไปยังสำนักงานที่ดินเพื่อทำสัญญาซื้อขาย จ่ายเงินสดได้เลย แต่เรื่องจริงคือคงน้อยมากที่ใครจะจ่ายเงินหลักแสนหลักล้านแบบสด ๆ เพื่อซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ โดยความเกี่ยวพันของสัญญา 2 ประเภทจะทำต่อกันดังนี้

  • เมื่อมีการพูดคุยกันเบื้องต้นแล้วว่าสนใจอยากซื้อคอนโด ขณะที่อีกฝ่ายก็ต้องการขายคอนโด หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น ๆไม่ว่าสินทรัพย์ดังกล่าวจะสร้างเสร็จแล้วหรือกำลังก่อสร้างก็ตาม ต้องมีการทำสัญญาจะซื้อจะขายกันเพื่อวางเงินมัดจำและตกลงระหว่าง 2 ฝ่าย เพื่อจองสินทรัพย์เอาไว้ โดยยังไม่ต้องมีการจ่ายเงินทั้งหมดเพื่อซื้อกันจริง มีการระบุระยะเวลา เช่น ภายใน 2 เดือน หากทุกอย่างไม่มีปัญหาก็จะทำการโอนกรรมสิทธิ์ให้เสมือนตกลงเบื้องต้นว่าในอนาคตเกิดการซื้อขายกันอย่างแน่นอน
  • เมื่อถึงตามระยะเวลาที่กำหนดโดยทั้ง 2 ฝ่าย ได้ทำตามเงื่อนไขที่ระบุเอาไว้ทั้งหมด เช่น
    ผู้ซื้อทำการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินผ่านเรียบร้อย ยืนยันการได้รับเงินก้อนแล้ว ผู้ขายทำการก่อสร้าง ตกแต่ง กับอสังหาริมทรัพย์เสร็จสมบูรณ์ ก็จะเดินทางไปสำนักงานที่ดินของเขตพื้นที่ที่อสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวตั้งอยู่เพื่อทำสัญญาซื้อขายต่อหน้าเจ้าพนักงาน มีการจ่ายเงินและโอนกรรมสิทธิ์ตามข้อตกลง

ความแตกต่างระหว่างสัญญาทั้ง 2 ประเภท

สัญญาจะซื้อจะขายกับสัญญาซื้อขายจะแบ่งออกเป็น 2 ด้านหลัก ๆ ที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้

  • สัญญาจะซื้อจะขายสามารถทำเป็นปากเปล่าได้ แม้ไม่มีเอกสาร แต่ถ้ามีการโอนเงินก็ควรเก็บหลักฐานและระบุรายละเอียดเอาไว้ชัดเจนจะดีที่สุด แต่สัญญาซื้อขายต้องทำต่อหน้าเจ้าพนักงานสำนักงานที่ดินและต้องมีเอกสารสัญญาถูกต้องเท่านั้น หากไม่ทำตามจะถือเป็นโมฆะ
  • สัญญาจะซื้อจะขายคือการแสดงเจตนาว่าทั้งผู้ซื้อและผู้ขายยินดีซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์ตามข้อตกลงทั้งหมดในอนาคต ขณะที่สัญญาซื้อขายคือการแสดงเจตนาว่าได้ทำการซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อย ซึ่งเรื่องที่ต้องระวังให้มากมักเป็นกรณีที่สัญญาจะซื้อจะขายไม่ได้มีการกำหนดช่วงเวลาในการโอนกรรมสิทธิ์
    แสดงว่าส่อเจตนาที่จะไม่เกิดการซื้อขายจริงในอนาคต และมีโอกาสเป็นโมฆะได้ทันที

อีกเรื่องที่ขอฝากเอาไว้คือสัญญาจะซื้อจะขายสามารถบอกเลิกได้ทุกเมื่อเนื่องจากยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์เกิดขึ้นและในกรณีที่ฝ่ายใดทำผิดก็อาจต้องชดใจตามเงื่อนไขที่ระบุเอาไว้ อีกทั้งสัญญานี้ยังถูกนำไปใช้ฟ้องร้องได้หากฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่าตนเองได้รับการบอกเลิกอย่างไม่เหมาะสม แต่สัญญาซื้อขายเมื่อทำเสร็จแล้วจะบอกเลิกไม่ได้

ติดตามข่าวสาร และบทความดีๆ เพิ่มเติมได้ที่

ติดต่อทีมงาน Propertyhubได้ที่

แชร์เนื้อหา
รูปโปรไฟล์ของ Boonma T.
Boonma T.
ช่องทางในการติดตาม
LINE@ Add Friend
บทความที่เกี่ยวข้อง
New Update! ระบบ Chat บน propertyhub.in.th

New Update! ระบบ Chat บน propertyhub.in.th

Propertyhub เพิ่มระบบแชท (Chat) เพื่อเพิ่มความสะดวกให้การสื่อสารกันมากยิ่งขึ้นระหว่างผู้ค้นหาอสังหาฯ และผู้ลงประกาศ ซึ่งสามารถใช้ได้พร้อมกัน ในวันที่ 18 ส.ค. 69 ทั้งบนเว็บไซต์ และ Application | *ไม่มีค่าใช้จ่าย สามารถใช้ฟรีได้ทุกท่าน

โพสต์เมื่อ07 August 2026
ปิดจบคำถามกวนใจ “ซื้อบ้าน/คอนโดครั้งแรก” ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่กันแน่ ?

ปิดจบคำถามกวนใจ “ซื้อบ้าน/คอนโดครั้งแรก” ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่กันแน่ ?

ซื้อบ้าน/คอนโดครั้งแรก ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่กันแน่ ? รวมทุกค่าใช้จ่ายตั้งแต่เงินจอง เงินดาวน์ ค่าโอน ค่าจดจำนอง ไปจนถึงเงินสำรองหลังย้ายเข้าอยู่ พร้อมตัวอย่างการคำนวณจริงและเทคนิควางแผนการเงิน อ่านจบ ซื้อบ้านได้อย่างมั่นใจ

โพสต์เมื่อ22 July 2026
กู้บ้านไม่ผ่าน เพราะอะไร ? รวมสาเหตุ วิธีแก้และวิธีเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ใหม่

กู้บ้านไม่ผ่าน เพราะอะไร ? รวมสาเหตุ วิธีแก้และวิธีเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ใหม่

กู้บ้านไม่ผ่าน เกิดจากอะไรได้บ้าง? รวมสาเหตุหลักที่ธนาคารปฏิเสธสินเชื่อบ้านแบบละเอียด พร้อมวิธีแก้ไขทีละขั้นตอน และเทคนิคเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ใหม่ให้ผ่านฉลุย

โพสต์เมื่อ14 July 2026
Checklist ก่อนจองบ้านและคอนโด รวมสิ่งที่ต้องเช็กก่อนวางเงินจอง

Checklist ก่อนจองบ้านและคอนโด รวมสิ่งที่ต้องเช็กก่อนวางเงินจอง

เช็กลิสต์ก่อนจองบ้านและคอนโด ต้องดูอะไรบ้างก่อนวางเงินจอง ตั้งแต่งบประมาณ ทำเล เอกสารสิทธิ์ ไปจนถึงสัญญาจะซื้อจะขาย อ่านจบจองได้อย่างมั่นใจ ไม่มีพลาด

โพสต์เมื่อ07 July 2026

บทความแนะนำ

ขั้นตอนเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า ต้องทำอย่างไรกันนะ ?

ขั้นตอนเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า ต้องทำอย่างไรกันนะ ?

สำหรับใครที่กำลังจะไปทำเรื่อง “ขอเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า” บทความนี้ก็คงจะเป็นประโยชน์กับคุณอย่างแน่นอน เพราะว่าเราได้รวบรวมขั้นตอนการยื่นเรื่องขอเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า พร้อมกับลิสต์รายชื่อเอกสารที่คุณจะต้องจัดเตรียมมาฝาก

โพสต์เมื่อ21 August 2025
วิธีตรวจสอบ “ราคาประเมินคอนโดออนไลน์” แบบไม่ต้องไปถึงกรมที่ดิน

วิธีตรวจสอบ “ราคาประเมินคอนโดออนไลน์” แบบไม่ต้องไปถึงกรมที่ดิน

ปัจจุบันนี้คุณสามารถเช็คราคาประเมินคอนโดทางออนไลน์ได้แล้ว และที่สำคัญเลยก็คือใช้งานง่าย เช็คราคาประเมินได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาและค่าเดินทางไปยังกรมที่ดิน เพราะฉะนั้นทางทีมงาน Propertyhub จึงจะขอนำวิธีตรวจสอบ “ราคาประเมินคอนโดออนไลน์” มาฝาก

โพสต์เมื่อ16 October 2025
รวมแบบฟอร์มเอกสารสัญญาและหนังสือมอบอำนาจ ดาวน์โหลด ฟรี!

รวมแบบฟอร์มเอกสารสัญญาและหนังสือมอบอำนาจ ดาวน์โหลด ฟรี!

สำหรับใครที่กำลังมองหา แบบฟอร์มเอกสารสัญญาและหนังสือมอบอำนาจอยู่ล่ะก็ ทาง Propretyhub ก็จัดให้! เพราะเราได้รวบรวม แบบฟอร์มเอกสารสำคัญต่างๆ มาไว้คุณได้ดาวโหลดไปใช้กันแบบฟรีๆ ไม่ว่าจะเป็น...

โพสต์เมื่อ27 September 2021

คอนโดให้เช่ายอดนิยม

propertyhub logo

เมนูหลัก

ติดต่อเรา

บริษัท ซิมเปิ้ล อินเทอร์เน็ต
จํากัด เลขที่ 242 ห้องเลขที่ A210 อาคาร A
ศูนย์การค้าเพลินนารี่มอลล์
ถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน
กรุงเทพมหานคร 10230
Line QrCode
Line ID : @propertyhub
โทร. 02-026-3049

support@propertyhub.in.th

Line QrCode
Line ID : @propertyhub
โทร. 02-026-3049

support@propertyhub.in.th

twitter icon
youtube icon
instagram icon
Copyright © 2019-2020 Zimple Internet Co., Ltd. , All rights reserved.
facebook icon
twitter icon
youtube icon
instagram icon